Filler

ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มผิวสังเคราะห์มาจากไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นสิ่งที่สร้างเลียนแบบสารตามธรรมชาติในชั้นผิวหนังและกระดูกอ่อนของมนุษย์ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจนที่จะช่วยให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน ซึ่งฟิลเลอร์ที่ดีต้องเป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ถึงจะประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

คุณสมบัติเด่นของการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใต้ผิวหนัง ที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกเสริมความงามกันในปัจจุบันคือ
1. ช่วยเติมเต็มร่องลึกและเสริมความกระชับในทั้งในชั้นผิวหนังละใต้ผิวหนัง
2. กักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
3. ลดริ้วรอย ชะลอการเกิดริ้วรอยต่างๆ ในอนาคตได้
4. ปรับรูปหน้าให้เป็นธรรมชาติ
5. ช่วยทำให้ผิวเต่งตึง มีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง เรียบเนียน

ซึ่งฟิลเลอร์จะที่มีความปลอดภัยจะสามารถสลายไปเอง ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย และหลังฉีดฟิลเลอร์จะสามารถเห็นผลได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น สามารถเติมเสริมปรับแต่งในส่วนที่เราต้องการได้เรื่อย ๆ และการฉีดฟิลเลอร์สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ควบคู่กันได้ เช่น โบท็อกซ์, ร้อยไหม หรือใช้เครื่องมือ อย่าง Hifu เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้น 

GLAM Clinic มีคุณหมอที่จะช่วยประเมินปัญหาผิวของแต่ละคน และเลือกวิธีที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีดูเป็นธรรมชาติตามความต้องการของทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ

ฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใคร?

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีช่วยในการเติมเต็มความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน ให้กับผิวที่ทำได้สะดวก ปลอดภัย เห็นผลไว และไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่
– ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น
– กลัวอาการเจ็บจากการผ่าตัด
– ต้องการให้ผิวกระชับ เต่งตึง เรียบเนียนและเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง
– ประสบปัญหาเรื่องรูขุมขนและหลุมสิวบนใบหน้า
– ต้องการลดริ้วรอยร่องลึกแก้ไขจุดบกพร่องของรูปหน้า ให้ดูสมดุลและอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่งไหนได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายจุด ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนที่ต้องการจะแก้ไข แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและช่วยพิจารณาเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม
โดยจุดที่หลายคนนิยมฉีดฟิลเลอร์มีตำแหน่งดังนี้

– ฟิลเลอร์ใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาให้ตื้นขึ้น ไม่อิดโรย ดูสดใส รวมถึงลดริ้วรอยและ ความหมองคล้ำจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือลักษณะทางพันธุกรรม รวมถึงเกิดจากโรคภูมิแพ้และกระดูกใต้ตายุบลงจากสาเหตุอายุที่เพิ่มมากขึ้น

– ฟิลเลอร์แก้มส้ม
การฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม จะช่วยแก้ปัญหาจุดที่หย่อนคล้อยระหว่างใต้ตากับแก้ม และโหนกแก้มกับจมูกซึ่งมีลักษณะคล้ายผลส้ม ให้บริเวณใบหน้ามีความอิ่มเอิบมากขึ้นและมีความคมชัด ได้รูป สวยงามเป็นธรรมชาติ

– ฟิลเลอร์แก้มตอบ
การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ จะช่วยแก้ปัญหาสาเหตุจากการผอมเกินไป หรือ ลดน้ำหนักรวดเร็วเกินไปรวมถึงผลกระทบจากการจัดฟัน พันธุกรรม หรือมีโหนกแก้มสูงเกินไป ส่งผลให้ใบหน้าดู โทรม ไม่สดใส ช่วยให้ผิวก็จะดูเรียบเนียนขึ้น

– ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้น ส่งผลให้หน้าดูอวบอิ่ม เต่งตึง ไม่โทรม ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มลึกจากอายุที่มากขึ้น โดยในผู้หญิงจะเห็นได้ชัดกว่าผู้ชาย รวมถึงการยุบตัวของกระดูกใต้ตาด้วยเช่นกัน

– ฟิลเลอร์ขมับ 
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ ขมับเป็นจุดที่ถ้าไม่ได้มีปัญหามาก ๆ หลายคนจะไม่ค่อยนึกถึง แต่จริงๆแล้ว ขมับเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยปรับรูปหน้าให้มีมิติ ช่วยลดความชัดของโหนกแก้ม ส่งผลให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ดูมีมิติ สดใสดูอวบอิ่ม

– ฟิลเลอร์คาง
การฉีดฟิลเลอร์คาง จะช่วยในการปรับรูปหน้า เติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้ใบหน้าดูสมส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางตัด คางยื่นไม่เข้ากับรูปหน้า หรือใกล้ปากมากเกินไป

– ฟิลเลอร์ปาก
การฉีดฟิลเลอร์ปาก จะช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ได้ทรง และปรับรูปปากได้หลายทรงตามที่ต้องการ เช่น ปากกระจับ ปากเกาหลี ปากสายฝอ เหมาะกับผู้ที่ปากไม่ได้รูป มีริ้วรอย หรืออยากปรับลุคใบหน้าด้วยการทำทรงปาก

– ฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะช่วยให้หน้าผากดูอิ่มเอิบ นูนสวย และเรียบเนียน มีมิติ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีหน้าผากยุบ แบน แคบ หรือมีริ้วรอยร่องลึก ไม่เรียบเนียน

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

ตามปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์ด้วยสาร HA ซึ่งเป็นสารที่สร้างเลียนแบบสารตามธรรมชาติในชั้นผิวหนังและกระดูกอ่อนของมนุษย์ มีความปลอดภัยสูงและเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลถ้ามีใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับมาตรฐาน ฉะนั้นเมื่อมั่นใจในตัวฟิลเลอร์แล้ว อีกอย่างที่ต้องให้ความสำคัญคือการฉีดกับคลินิกได้มาตรฐาน และต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีดโดยใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือดจนเกิดภาวะ Hematoma (ภาวะเลือดคั่ง)
ฟิลเลอร์ปลอมคืออีกอย่างที่ต้องระวังในการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ปลอมยังมีการระบาดอยู่ รวมถึงคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน หมอกระเป๋าที่ยังให้บริการตามบ้าน ซึ่งนิยมใช้ฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ผ่านการรับรองจากอย. โดยสังเกตได้จากราคาที่ถูกทำให้หลายคนตัดสินใจผิดพลาดและไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ปลอมคืออะไร ?

ฟิลเลอร์ปลอม ที่พบได้บ่อยๆ คือ ซิลิโคนเหลว ซึ่งไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะ จับตัวเป็นก้อน ไม่สามารถสลายได้เอง นำออกได้ด้วยวิธีการผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น ซึ่งฟิลเลอร์แท้ต้องสังเคราะห์จากสารไฮยาลูโรนิคแอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ ที่เรียกว่า “HA” ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัย สามารถสลายหมด 100% ตามธรรมชาติเท่านั้น
สำหรับฟิลเลอร์ปลอม ในระยะแรกหลังฉีดอาจจะเห็นผลได้ตามปกติ แต่หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ จะเริ่มเกิดความผิดปกติ บวมแดง อักเสบรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จำเป็นต้องทำการผ่าตัดหรือขูดเพื่อเอาออก

วิธีการเช็กฟิลเลอร์แท้ ดูอย่างไร?

ฟิลเลอร์แท้ จะสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานผ่าน อย.เท่านั้น
วิธีการดูฟิลเลอร์ว่าแท้หรือไม่ ควรเริ่มจากศึกษาและสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ ดังนี้
1. สังเกตดูที่กล่องของฟิลเลอร์ยี่ห้อต่าง ๆ ให้ดูที่มีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่อง พร้อมกับมีราคาระบุ และมีวันหมดอายุระบุอยู่ข้างกล่อง
2. ฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid สามารถฉีดให้สลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ได้ 100% ฟิลเลอร์จะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำ ซึมไปตามผิวหนังได้ โดยไม่ตกค้างและไม่มีอันตราย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่าและมีปลอดภัย ต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และดูแลแต่ละเคสโดยแพทย์มีประสบการณ์ ด้านการปรับรูปหน้า สามารถวิเคราะห์และประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด สำคัญคือคลินิกต้องมีการใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีด

ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ? มียี่ห้ออะไรบ้าง

ยี่หอฟิลเลอร์แท้ ที่ผ่าน อย.

ฟิลเลอร์ในปัจจุบัน มีหลากหลายยี่ห้อ แต่ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ปลอดภัยสูงและได้รับความนิยมที่ GLAM Clinic เลือกใช้ได้แก่
– Juvederm (volbella)
– e.p.t.q
– Neuramis (lidocaine deep)
– Restylane (Galderma Skinboosters vital light)
– Restylane (Kysse)

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
หลังการฉีดฟิลเลอร์สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือห้ามนวด กด รวมถึงการสัมผัสแรงๆ ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่จากบริเวณที่ฉีด หากหลังฉีดฟิลเลอร์มีอาการคันหรือระคายเคือง ห้ามเกาโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบของผิวได้ หากมีอาการที่ไม่พึงประสงค์ ภายใน 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อความปลอดภัย

2. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน
โดยปกติแล้วในช่วง 48 ชั่วโมง หากมีการฉีดฟิลเลอร์ต้องหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง เช่นการเข้าห้องซาวน่า ความร้อนจะทำให้ผิวยืดหดมากกว่าปกติ ส่งผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์ อาจะทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและหลังจากฉีดฟิลเลอร์ถ้าหากโดนความร้อนอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคืองและผื่นขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการแว็กซ์ ถอน ย้อมสีขน หรือใช้ครีมกำจัดขน
หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะมีความบอบบางลง ประมาณ 2-3 วัน ซึ่งหากในระหว่างนี้ มีการกำจัดขนด้วยวิธีต่างๆ เช่น การแว็กซ์ขน ถอนขน ใช้ครีมกำจัดขน หรือทำการย้อมสีเส้นขน ก็อาจทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เกิดการระคายเคือง เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้

4. ดื่มน้ำมากๆ
ฟิลเลอร์ คือ สารไฮยาลูโรนิค แอซิด ซึ่งมีคุณสมบัติคือการอุ้มน้ำได้ดี หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในช่วง 4-5 วันแรก แนะนำให้ดื่มน้ำให้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นาน เพราะการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำ มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ดูเต็มเป็นธรรมชาติ