Meso Fat
Meso Fat คืออะไร?
Meso Fat คือ การฉีดตัวยาที่ช่วยให้ไขมันแตกตัว หรือสลายตัว หลังจากนั้นไขมันจะถูกขับออกทางระบบขับถ่าย ทำให้ไขมันบริเวณที่ฉีดลดลง ช่วยลดไขมันและลดเซลลูไลท์เฉพาะจุดแบบไม่ต้องผ่าตัด เพื่อช่วยลดและกระชับสัดส่วนให้ได้รูปแบบตามที่ต้องการ หลักการทำงานของการฉีดสลายไขมันเมโสแฟต คือการใช้โดยมีสารออกฤทธิ์หลัก ๆ คือ
– Artichoke extract (Cynara scolymus) ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน เหมาะกับคนที่น้ำหนักตัวเกิน ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด
– Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine) ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ lipase และลดการสร้าง triglyceride ยับยั้งการสร้าง cholessterol ในเนื้อเยื่อ
– L-carnitine ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน
เมโสแฟตกับโบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร ?
ทั้งเมโสแฟต และ โบท็อกซ์ สามารถทำให้สัดส่วนของร่างกายบริเวณนั้นมีขนาดเล็กลงได้
– เมโสแฟตจะช่วยสลายไขมันและลดเซลลูไลท์เฉพาะจุด
– โบท็อกซ์เป็นโปรตีนที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะฝ่อและหดเล็กลงชั่วคราวประมาณ 6-8 เดือน สัดส่วนจึงลดลงเฉพาะจุด
ซึ่งแพทย์ก็จะประเมินว่าในบริเวณหรือสัดส่วนที่เราต้องการจะลด เป็นส่วนที่เป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อมากกว่ากันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่เราก็สามารถเลือกทำทั้ง 2 อย่างคู่กัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ไวขึ้นได้
เมโสแฟต อันตรายไหม?
ตามที่อย. ได้ประกาศว่า เมโสแฟตที่อันตรายจะมีอยู่ 2 สูตร ที่ไม่ได้มาตรฐาน มีอันตรายต่อตัวผู้ฉีดเป็นอย่างมากคือ
1.เมโสแฟตที่ผสมสเตียรอยด์
เมโสแฟตที่ผสมสเตียรอยด์ ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. มีต้นทุนการผลิตต่ำ เห็นผลไว แต่เมื่อฉีดหลายๆ ครั้งจะทำให้หน้าบวมและเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อง่ายขึ้น เนื่องจากกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งสเตียรอยด์ที่ผสมในเมโสแฟตจะมีทั้งแบบสีขาวขุ่นและขาวใส
2.เมโสแฟตที่ใช้ Hyaluronidase
Hyaluronidase ปกติจะใช้ในการฉีดสลายฟิลเลอร์ แต่นำมาใช้ผิดวิธี โดยอ้างว่าเป็นการฉีดเมโสแฟต และการใช้สาร Hyaluronidase ฉีดปริมาณมากๆ จะทำให้คอลลาเจนในผิวสลายออกไป ทำให้เนื้อยุบลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมเพราะต้นทุนต่ำและเห็นผลไว แต่เมื่อฉีดหลายๆ ครั้ง
จะทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และผิวหย่อนลงเนื่องจากคอลลาเจนในผิวที่เสื่อมสลายออกไป
เมโสแฟต ฉีดตรงไหนได้บ้าง?
เมโสแฟต สามารถฉีดเพื่อสลายไขมันได้หลายจุด เช่นฉีดใบหน้า แก้ม ใต้คาง เหนียง เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น และสลายไขมันในจุดอื่น ๆ ได้แก่
หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก
การฉีดเมโสแฟตสามารถทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ได้ เพื่อให้ได้รูปหน้าและสัดส่วนของร่างกายที่สวยงามกระชับมากขึ้น
ฉีดเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี?
Phytobella
เมโสแฟตยี่ห้อ Phytobella เป็นแบรนด์จากประเทศเกาหลี ตัวยามีสารสกัดจากธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ฉีดเพื่อสลายไขมันได้หลายส่วนของร่างกาย เช่น แก้ม ใต้คาง เหนียง สะโพก ต้นขา และช่วยในการยกกระชับผิว
BABI Neo One
เมโสแฟตยี่ห้อ BABI Neo One เป็นแบรนด์จากประเทศเกาหลี เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาแก้มหย่อน สามารถสลายไขมันพร้อมยกกระชับ เห็นผลลัพธ์ได้ไวภายใน 3-5 วัน
FNC 30
เมโสแฟตยี่ห้อ FNC 30 เหมาะกับคนแก้มเยอะสามารถช่วยยกกระชับหน้า ปรับสมดุลต่อมน้ำเหลือง สลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวและขจัดการสะสมของชั้นไขมัน ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเกิดการยุบตัว
V Line
เมโสแฟตยี่ห้อ V Line-A solution Essence เป็นแบรนด์จากเกาหลี มีคุณสมบัติคือช่วยสลายไขมัน และป้องกันเซลลูไลท์ พร้อมยกกระชับ
Noble
เมโสแฟตยี่ห้อ Noble เป็นเมโสแฟตอีกหนึ่งตัวที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมัน สลายไขมันเฉพาะส่วน เห็นผลไว อีกทั้งยังช่วยกระชับผิว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสลายไขมันบริเวณแก้ม เหนียง หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา น่อง
การเลือกใช้ยี่ห้อของเมโสแฟต ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้คำแนะนำในการเลือกยี่ห้อสารเมโสแฟตอย่างเหมาะสม รวมถึงปริมาณในการฉีดเพื่อความปลอดภัยและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
ฉีดเมโสแฟตกี่วันจึงจะเห็นผล?
– หลังจากฉีดเมโสแฟตไปแล้วตั้งแต่ภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังรับบริการจะเริ่มเห็นผลในระยะแรก
– เห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ชัดที่สุดเมื่อครบ 1 เดือน และจะอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน
ความถี่ในการฉีดเมโสแฟตจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนที่ฉีดและต้องทำร่วมกับคำแนะนำของแพทย์เพราะแต่ละบุคคลความถี่ในการฉีด ไม่เหมือนเท่ากัน
ควรปฏิบัติตัวอย่างไรหลังฉีดเมโสแฟต?
หลังจากฉีดเมโสแฟต อาจมีอาการบวมหลังฉีด เกิดจากทำงานของตัวยา Meso fat จะทำปฏิกิริยาให้ไขมันแตกตัว ส่งผลทำให้เกิดอาการบวมแต่จะบวมในช่วงแรกเท่านั้น ตัวยาจะซึมยุบไปเองใน 3-4 ชั่วโมง ในบางเคสอาจจะมีอาการบวมเข็มได้เล็กน้อยถือเป็นปกติ เพื่อลดอาการบวมและป้องกันการอักเสบ หลังทำฉีดเมโสแฟต ไม่ควรกดหรือนวดในบริเวณที่ฉีด และให้ปฏิบัติดังนี้ครับ
– ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำจะช่วยให้ไขมันถูกขับออกจากร่างกายได้มากขึ้น
– หลังฉีดเมโสแฟตแก้มควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า นวดหน้า หรือทำเลเซอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
– งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน หากเกิดรอยแดง รอยช้ำจากเข็มในบริเวณที่ฉีดสามารถประคบเย็นได้
– หลังจากฉีดเมโสแฟตแก้มควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
– สามารถทานยาแก้อักเสบร่วมด้วยได้
เลือกคลินิกฉีดเมโสแฟตที่ไหนดี
แนะนำให้เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุข มีความน่าเชื่อถือและดำเนินงานโดยแพทย์ ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย แพทย์จะสามารถประเมินว่าเหมาะคนไหนเหมาะกับเมโสแฟตยี่ห้อไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุดตามที่ต้องการ
โมเสแฟตราคาเท่าไหร่ ?
ฉีด โมเสแฟตที่ Glam Clinic นอกจากจะใช้เมโสแฟตยี่ห้อที่ได้รับมาตรฐาน มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สามารถให้คำแนะนำในการเลือกใช้ เมโสแฟตที่เหมาะกับสัดส่วนหรือรูปหน้าที่ต้องการปรับแต่งแล้ว ยังมีโปรโมชั่นราคาพิเศษที่คุณเลือกได้
